เปิดพหุจักรวาล Doctor Strange In The Multiverse Of Madness

เปิดพหุจักรวาล Doctor Strange In The Multiverse Of Madness จอมเวทย์มหารอยดำสยองขวัญ

Doctor Strange in the Multiverse of Madness จอมเวทย์มหารอยดำ ในมัลติเวิร์สมหาภัย ผลิตขึ้นจากผู้แสดง ดอกเตอร์สเตรนจ์ ของ มาร์เวลคอมิกส์ ภาพยนตร์สร้างโดย มาร์เวลสตูดิโอส์ ภาพยนตร์ภาคต่อของ จอมเวทย์มหารอยดำ 2016 ที่ดำเนินเรื่องภายหลังจาก สไปเดอร์แมน โนเวย์โฮม แล้วก็ วันด้าวิสชั่น เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 5 ของ เฟส 4 ควบคุมโดย แซม ไรมี ผู้กำกับหนังสยองขวัญเกรดบีชั้นยอดอย่าง ผีอมตะ แล้วก็ตรีภาคสไปเดอร์แมนของโทบี้ แม็คแกว่งร์ ที่ขอกลับมาจับงานวีรบุรุษอีกทีข้างหลังวนเวียนกับการเป็นโปรดิวเซอร์มานาน เลยน่าดึงดูดว่าเขาจะพานักแสดงในจักรวาลมาร์เวลไปสัมผัสกับพหุจักรวาลที่เหยเกในแบบของเขาเช่นไรกับดร. สตีเฟ่น สเตรนจ์ในภารกิจคุ้มครองจักรวาลจากภัยร้ายที่ใกล้ตัวกว่าที่เขาคิด

ภายหลังจากเรื่องราวใน No Way Home ไม่กี่เดือน สตีเฟ่น สเตรนจ์ จอมเวทย์ผู้สามารถหยุดการล้างจักรวาลแล้วก็คืนความสงบสุขจากธานอส ได้เริ่มถามเกี่ยวกับความจำเป็นของตนข้างหลังคนเคยรักอย่าง คริสทีน ได้สมรสใหม่ข้างหลังเขาโดนกำจัดไปกว่า 5 ปี เขาได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าชีวิตของเขานั้นมิได้มีเพียงแค่เดียว การมาของอเมริกา ชาเวซ เด็กผู้หญิงปัญหาผู้มีพลังอันน่าพิศวงที่ล่อใจให้มารร้ายหมายมั่นปั้นมือจะชิงพลังมาจากคุณรวมทั้งรุกรามโลกนี้ สตีเฟ่นก็เลยจำต้องขอความร่วมมือจากวันด้า แม็กซิมอฟ คนที่เคยทำให้เกิดปัญหาเอาไว้ภายในสมัยก่อนแล้วก็หนีมาดำรงชีวิตอยู่ตามลำพัง แต่มันบางครั้งอาจจะสายเหลือเกินแล้ว เมื่อภัยร้ายต่างๆได้ถั่งโถม สตีเฟ่นจะต้องเดินทางผ่านจักรวาลไปกับวันด้า เพื่อหยุดมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่บางทีอาจทำลายพหุจักรวาล ซึ่งอาจมีต้นเหตุมาจากตัวของพวกเขาเอง แม้กระนั้นมันต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยสิ่งไหนเพื่อคุ้มครองปกป้องสิ่งที่พวกเขารัก น้ำหนักของความอยากและก็ความถูกต้องแน่ใจ อาจส่งผลให้ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวที่สุดของเขาจะต้องขาดสะบั้น และก็บางทีอาจสนับสนุนให้สตีเฟ่นทำสิ่งที่จุดสิ้นสุดเป็น คำตอบที่น่าน่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ

หนังใหม่ปี-2022

การดำเนินเรื่องของหนังประเด็นนี้ก็ยังคงเป็นสไตล์มาร์เวล ไม่มีการปูอะไรให้เลย นอกซะจากพูดเปรยๆที่คงจะเพียงพอทำให้บุคคลภายนอกรู้เรื่องเรื่องราว แม้กระนั้นอาจไม่เข้าถึงผู้แสดงหรือแรงกระตุ้นอะไรที่่มันถูกปูมานานแล้ว ซึ่งมันก็เป็นอย่างงี้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมิได้มองซีรีส์หรือหนังมาก่อน แล้วก็ผมก็ยังการันตีว่าควรจะตามมาก่อนในระดับนึง ตอนแรกออกจะดำเนินเรื่องไว รวบรัดรวมทั้งย้ำฉากบู๊วิจิตรตระการตาแบบที่พวกเรามองเห็นกันกระทั่งแอบมีความรู้สึกว่ามันก็บ่อยๆแบบหนังเรื่องก่อนๆแม้กระนั้นผมคิดผิดพอเพียงข้างหลัง 20 นาทีแรกขึ้นมา หนังเทิร์นตนเองจากหนังวีรบุรุษเปลี่ยนเป็นหนังตื่นเต้นจิตวิทยาทางผู้แสดง แถมมีความสยองขวัญไปแต่ว่านั่นเองที่เป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้บทค่อนข้างจะโหวงเหวงเมื่อเทียบกับหนังมาร์เวลเรื่องก่อนหน้าที่ผ่านมา หนังเลือกจะประเคนทุกๆอย่างตามคอนเซปต์ผสมกับมุกเฮฮาสไตล์ผู้กำกับแซมไรมี่ แล้วก็ฉากโหดเหี้ยมเลือดสาดที่มากกว่าหนังทุกเรื่องของมาร์เวลแบบไม่ใช่เรต R ทำให้แฟนมึงยิ้มได้

แม้กระนั้นโน่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้บทหนังมันดี เพราะเหตุว่าเอาจริงเอาจังๆหนังออกจะมีพล็อตเพียงแค่ราวๆ 40 เปอร์เซนต์เพียงแค่นั้น 60 เป็นการใส่ฉากต่างๆที่เชื้อเชิญเหวอมาเอาอกเอาใจแฟนมาร์เวลกันอย่างมากมาย มันสนุกสนาน แม้กระนั้นถ้าเกิดหนังให้เวลากับตนเองอีกหน่อย พวกเราบางครั้งก็อาจจะอินหรือลุ้นไปกับผู้แสดงหรือเหตุการณ์มากยิ่งกว่านี้ โดยยิ่งไปกว่านั้นตอนสุดท้ายที่จบแบบเบาๆดื้อรั้นๆไม่สมกับที่ดำเนินเรื่องมากมายว่าสองชั่วโมงในแบบสูตรสำเร็จมาเวล ความเยี่ยมเลยเป็นการพรีเซ็นท์พหุจักรวาลแบบผ่านๆเนื่องจากว่าถึงแม้หนังจะพูดว่าเป็นการเดินทางในพหุจักรวาล แม้กระนั้นจริงๆก็มีพื้นที่สำหรับในการเล่นเพียงแค่ไม่กี่ที่ หนำซ้ำยังเป็นไปในทางที่พวกเราไม่ทราบสึกว้าวอะไรมากแค่ไหน มันเลยเป็นหนังมาร์เวลที่คนตั้งความหวังสูงบางทีก็อาจจะผิดหวัง แม้กระนั้นก็ไม่ใช่หนังที่ห่วย เพียงแค่มีความรู้สึกว่ามันถ่ายทอดบทออกมาเจริญแล้วก็เกลี่ยจุดสำคัญได้มากกว่านี้ หนังมันสั้นไปด้วยล่ะเอาจริงเอาจังๆเสมือนพวกเราไปเล่นบ้านผีสิง 2 ชั่วโมงแล้วกำลังชั่งใจว่า พวกเราสนุกสนานมั้ยนะ ทำให้พวกเราจำมั้ย หรือเพียงแค่ผ่านๆไป ไม่คิดอะไรถัดไปอีก